เมษายน 19, 2025

AWC ร่วมยินดีทีมเชฟเยาวชน “ประเทศไทย-ภาคกลาง” ประเดิมชัย คว้ารางวัลถ้วยพระราชทานฯ ครองแชมป์การแข่งขัน “Thailand World Junior Chef Battle 2024” ได้สำเร็จที่โครงการ “Phenix”

AWC ร่วมยินดีทีมเชฟเยาวชน “ประเทศไทย-ภาคกลาง” ประเดิมชัย คว้ารางวัลถ้วยพระราชทานฯ ครองแชมป์การแข่งขัน “Thailand World Junior Chef Battle 2024” ได้สำเร็จที่โครงการ “Phenix”

กรุงเทพฯ 31 สิงหาคม 2567 – บรรยากาศงานประกาศผลการแข่งขันเฟ้นหาสุดยอดทีมเชฟเยาวชนนานาชาติ “Thailand World Junior Chef Battle 2024” ในคอนเซ็ปต์ “United World Cuisine in One Competition” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก และเป็นการจัดการแข่งขันครั้งแรกอย่างเป็นทางการของโครงการ “Phenix” (ฟีนิกซ์) แหล่งรวมอาหารและสุดยอดความอร่อยใจกลางเมืองบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านประตูน้ำ (World’s Food Wholesale Hub with largest food lounge in Pratunam) ภายใต้การบริหารของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC โดยเป็นความร่วมมือกับสมาคมเชฟประเทศไทย, สมาคมเชฟโลก (World Association Of Chefs Societies), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน), และพันธมิตรในโครงการ ‘Phenix’ เพื่อค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นใหม่มากฝีมือให้กับวงการเชฟและวงการอาหารระดับโลกในอนาคต ตอกย้ำการส่งเสริมการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ สนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารไทยในฐานะ Soft Power และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอาหารชื่อดังระดับโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งทีมจาก “ประเทศไทย-ภาคกลาง” สามารถคว้ารางชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ไปครองได้สำเร็จ โดยภายในงานมีนายไมเคิล ฮาริท หัวหน้าคณะกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายอัศวิน คำแวง กรรมการผู้จัดการ-ฟีนิกซ์ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน), นายสมศักดิ์ รารองคำ ประธานสมาคมเชฟประเทศไทย, นายวิลเมนต์ ลีออง ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย สมาคมเชฟโลก และนาย KK Yau คณะกรรมการผู้ทรงเกียรติของการแข่งขันฯ เข้าร่วมพิธี ณ ห้อง Phenix Grand Ballroom โครงการ “Phenix”

 


​ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 4 วัน หรือกว่า 32 ชั่วโมงของการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น ในคอนเซ็ปต์ “United World Cuisine in One Competition” ครั้งแรกของโลก โดยมีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม จาก 12 ประเทศ ใน 4 ทวีป ได้แก่ ออสเตรเลีย กรีซ จีน กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ มองโกเลีย มัลดีฟส์ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และตัวแทน 4 ทีมจาก 4 ภูมิภาคของประเทศไทย ร่วมชิงความเป็นสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ พร้อมประชันฝีมือและรสชาติแบบถึงเครื่อง พร้อมงัดทุกเทคนิคและทักษะในการทำอาหารมาแบทเทิลกันอย่างเต็มที่ ในรูปแบบ Hot Live! Cooking เก็บคะแนนแบบ Real-time ทุก Stage กับบททดสอบเมนูนานาชาติ 16 สัญชาติ สร้างสรรค์เมนูอาหารสไตล์ต้นตำรับแต่ละสัญชาติในรูปแบบ Authentic และ Modern Chef’s Table กว่า 2,560 จาน ซึ่งงานนี้ทุกทีมต่างแสดงฝีมือในการแข่งขันกันอย่างสุดความสามารถ ซึ่งทีมที่มีผลงานโดดเด่นและปรุงรสชาติเมนูอาหารออกมาได้ดีเยี่ยมที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่ ทีมจากประเทศไทย-ภาคกลาง, ประเทศไทย-ภาคอีสาน, ประเทศไทย-ภาคเหนือ และประเทศกัมพูชา ตามลำดับ ถือเป็นการปิดท้ายการแข่งขัน “Thailand World Junior Chef Battle 2024” ครั้งแรกลงอย่างประสบความสำเร็จ พร้อมด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพที่น่าประทับใจจากผู้แข่งขันทุกทีม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง www.phenixbox.com เพจเฟซบุ๊ก Phenix Food Wholesale Hub หรือ Phenix Grand Ballroom อินสตาแกรม @phenixfoodwholesalehub

You may have missed

“กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค หรือ KJL” ลุยเปิดศักราชใหม่ด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้ารุ่นล่าสุด “Pull Box ชุบกัลวาไนซ์” ทั้งแบบเหล็กหนา 1.6 และ 1.2 มม. รับมือทุกหน้างานจากอาคารพาณิชย์ถึงโรงงานใหญ่ พร้อมตอบโจทย์ช่างมืออาชีพในยุคที่คุณภาพต้องมาก่อน รองรับตลาดระบบไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าโครงการอาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ทั่วประเทศ นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงไรมาสแรก ปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Pull Box ชุบกัลวาไนซ์” 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วย Pull Box ชุบกัลวาไนซ์ – เหล็กหนา 1.6 มม. เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรง ทนทานเป็นพิเศษ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรง กล่องผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง เคลือบกันสนิมแบบกัลป์วาไนซ์ทั้งภายในและภายนอก Pull Box ชุบกัลวาไนซ์ – เหล็กหนา 1.2 มม. รุ่นมาตรฐานที่เน้นความคล่องตัว ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบากว่า แต่ยังคงความแข็งแรง เหมาะสำหรับงานติดตั้งทั่วไปในโครงการ อาคารพาณิชย์ และระบบภายในอาคารทั้ง 2 รุ่นผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้า KJL ทุกชิ้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง “ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ KJL ในการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ใช้งานระบบไฟฟ้าในทุกระดับ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา Pull Box ให้มีความแข็งแรง ปลอดภัย กันสนิม และติดตั้งง่าย เพื่อตอบรับความต้องการของโครงการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้ผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และกระบวนการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้า KJL ทุกชิ้นสามารถรองรับการใช้งานจริงในทุกสภาพแวดล้อม และพร้อมวางจำหน่ายวันนี้ทั่วประเทศ” นายเกษมสันต์ กล่าว